Somdet Phraphutthalertla Hospital

โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า

ศูนย์ข่าวสาร ประกาศประชาสัมพันธ์ และบริการสำหรับประชาชน

ประวัติโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า

อ่านพระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ↓ รู้จักตราประจำโรงพยาบาล ↓

14 สิงหาคม 2555 เวลา 15.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิด "อาคารอิศรสุนทร” โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า จังหวัดสมุทรสงคราม โดยมี นายอุทาร พิชญาภรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม น.พ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข น.พ.โสภณ เมฆธน รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสงคราม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า และข้าราชการเฝ้าฯ รับเสด็จ ทรงพระราชทานของที่ระลึก จำนวน 150 ราย เสด็จไปยังแท่นทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้ายอาคาร อิศรสุนทร เสด็จปลูกต้นจิกทะเล จำนวน 1 ต้น ทอดพระเนตรนิทรรศกาลประวัติโรงพยาบาล ผลงานพัฒนาคุณภาพและนวัตกรรมการดูแลผู้ป่วยที่ได้รับรางวัล ฉายพระฉายาลักษณ์กับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ข้าราชการโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าและผู้มีอุปการะคุณ และทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดที่ระลึก

ปี พ.ศ.2545 โรงพยาบาลประสบปัญหาอาคารอำนวยการ ซึ่งสูง 2 ชั้น เปิดใช้บริการตั้งแต่ปี 2509 เกิดการทรุดตัว ทำให้รอยต่อของอาคารอำนวยการกับอาคารอุบัติเหตุ เกิดการแตกร้าวหลายจุด จึงต้องรื้อถอนอาคารออก และขออนุญาตก่อสร้างอาคาร 7 ชั้น ขึ้นทดแทนอาคารหลังเดิม โดยสร้างแล้วเสร็จ เมื่อต้นปี 2553 และเปิดดำเนินการ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2553 โดยขอพระราชทานนามอาคารว่า "อาคารอิศรสุนทร" ซึ่งเป็นพระนามเดิมของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) ในช่วงแรกเปิดดำเนินการ เฉพาะชั้นล่าง ประกอบด้วย แผนกอุบัติเหตุฉุกเฉิน เวชระเบียน ห้องยา ห้องการเงิน ศูนย์ประกัน ห้องตรวจศัลยกรรมทั่วไป ศัลยกรรมกระดูก ชั้นที่ 2 แผนกการเงิน แผนกธุรการ ห้องประชุม สำนักงานผู้อำนวยการ ชั้นที่ 3 กลุ่มพัฒนาระบบบริการสุขภาพ ห้องประชุม ห้องพักแพทย์ และเปิดให้บริการในชั้นที่ 5 รับผู้ป่วยแผนกอายุรกรรมและผู้ป่วยพิเศษ ทำให้สามารถขยายจำนวนเตียงรับผู้ป่วยในโรงพยาบาล จาก 299 เตียง เป็น 311เตียง ซึ่งตามกรอบจำนวนเตียงที่ขออนุญาตไว้คือ 360 เตียง

ปี พ.ศ.2540 โรงพยาบาลได้ก่อสร้างอาคารสูง 4 ชั้น แทนอาคารขุนและนางนิกร นรารักษ์ ซึ่งเป็นอาคาร 2 ชั้น ทั้งนี้เพื่อขยายอาคารบริการทางด้านสูติ-นรีเวชกรรม โดยภายในอาคารประกอบด้วยแผนกบริการต่าง ๆ ดังนี้ แผนกตรวจครรภ์ นรีเวช แผนกห้องคลอด-รอคลอด และแผนกหลังคลอด-นรีเวชกรรม ซึ่งเปิดดำเนินการ เมื่อ ปี พ.ศ.2542 โดยใช้ชื่อว่า "อาคาร 50 ปี"

ปี พ.ศ.2539 โรงพยาบาลได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารสูง 6 ชั้น ใช้เป็นสถานที่ให้บริการแผนกอุบัติเหตุฉุกเฉิน หอผู้ป่วยหนักอายุกรรม หอผู้ป่วยพิเศษ หอผู้ป่วยศัลยกรรมกระดูก กายภาพบำบัด ทันตกรรมและแผนกผู้ป่วยนอก ทำให้โรงพยาบาลมีขีดความสามารถที่จะรับผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจากเดิม จาก 260 เตียง เป็น 360 เตียง ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2541 เป็นอาคารในโครงการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองราชย์ครบ 50 ปี จึงตั้งชื่ออาคารนี้ว่า "อาคารกาญจนาภิเษก" โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารกาญจนาภิเษก เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2541

ในปี พ.ศ.2520 ได้รับที่ราชพัสดุอีก จำนวน 3 ไร่ 1 งาน 77 ตารางวา ซึ่งเป็นพื้นที่ของเรือนจำจังหวัดสมุทรสงคราม และย้ายไปตั้งใหม่ ณ ตำบลลาดใหญ่ เพื่อสร้างเป็นบ้านพักแพทย์ และหอพักพยาบาล เมื่อรวมเนื้อที่ทั้งหมดของโรงพยาบาลทั้งส่วนรักษาพยาบาล และบ้านพักเป็น 21 ไร่ 1 งาน 77 ตารางวา ทำให้โรงพยาบาลมีเนื้อที่เพิ่มขึ้น ซึ่งต่อมาในปี 2524 ดำเนินการก่อสร้างอาคารสูง 5 ชั้น (อาคารรวม ใจเอื้อ) เปิดให้บริการในแผนกต่าง ๆ อาทิเช่น ห้องตรวจทางปฏิบัติการ, แผนก x-ray, ห้องผ่าตัด, หอผู้ป่วยหนักศัลยกรรม หอผู้ป่วยศัลยกรรมชาย หอผู้ป่วยกุมารเวช และหอผู้ป่วยพิเศษ

ในปี พ.ศ.2492 กรมการแพทย์ได้รับโอนกิจการสุขศาลามาดำเนินการเป็นโรงพยาบาล ในสังกัดกรมการแพทย์ และในปีนี้เองคุณแม่ทับทิม จั่นบุญมี บริจาคเงินสร้างตึกสูติกรรมอีก 1 หลัง ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 15 มิถุนายน 2493 ในเวลาต่อมาจำนวนผู้ป่วยที่มารับบริการเพิ่มขึ้น ทำให้อาคารที่มีอยู่ไม่เพียงพอแก่การให้บริการ โดยเนื้อที่ของโรงพยาบาล ซึ่งเดิมเป็นสนามหญ้าหน้าศาลากลางจังหวัดที่ทางจังหวัดยกให้มีเพียง 8 ไร่ ในขณะที่โรงพยาบาลมีความจำเป็นต้องขยายพื้นที่สร้างอาคารผ่าตัด เอกซเรย์ บ้านพัก โรงพยาบาลจึงเสนอเรื่องโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ลงวันที่ 4 กันยายน 2497 ให้ย้ายศาลากลางจังหวัดไปยังที่ตั้งใหม่ และนำพื้นที่อันเป็นที่ตั้งศาลากลางหลังเก่าให้แก่โรงพยาบาล รวมเป็นเนื้อที่ทั้งหมด 18 ไร่

โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า หรือโรงพยาบาลสมุทรสงคราม แต่เดิมเป็นสุขศาลา ของกรมสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย เปิดดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ.2476 สมัยพระนิกรบดี (จ.สาริกานนท์) เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นเรือนไม้ชั้นเดียว แต่เดิมเป็นที่ทำการของกองทหารเรือแม่กลอง (ทร.4) มีสภาพทรุดโทรม เมื่อแรกเปิดบริการใช้เป็นที่รักษาผู้ป่วยนอก โดยมีนายแพทย์ไสว มังคะลี เป็นแพทย์ประจำสุขศาลาจังหวัด ต่อมา คุณแม่อ้น อุ่นสุวรรณ ได้บริจาคเงินส่วนตัวเพื่อสร้างสุขศาลาใหม่แทนสุขศาลาเก่าที่มีสภาพทรุดโทรม ในปี พ.ศ.2479 ขุนและนาง อัครพงศ์พาณิชย์ ได้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินสร้างเรือนคนไข้ 1 หลัง แบ่งเป็นห้องพิเศษ 4 เตียง คนไข้สามัญ 8 เตียง ได้ทำพิธีเปิดสุขศาลาและเรือนคนไข้อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2479 ให้ชื่อว่า "สุขศาลาอ้น อุ่นสุวรรณ" เรือนคนไข้ให้ชื่อว่า "เรือนคนไข้อัครพงศ์"

พระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ ๒ แห่งราชวงศ์จักรี มีพระนามเดิมว่า ฉิม ทรงพระราชสมภพเมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๓๑๐ ณ ตำบลอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี

การศึกษาศิลปวิทยา

เมื่อมีพระชนมายุประมาณ ๑๓ พรรษา ทรงศึกษาอักษรศาสตร์กับสมเด็จพระวันรัต (ทองอยู่) ณ วัดบางหว้าใหญ่ (ปัจจุบันคือวัดระฆังโฆสิตาราม) ทรงสนพระราชหฤทัยวรรณคดีและการกวี และทรงพระปรีชาสามารถในการแต่งโคลง ฉันท์ กาพย์ และกลอน

พระอิสริยยศและการรับราชการทัพ

เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเสด็จขึ้นครองราชย์ใน พ.ศ. ๒๓๒๕ ทรงได้รับพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร พระองค์ทรงติดตามพระราชบิดาในการศึกตั้งแต่มีพระชนมายุ ๘ พรรษา และทรงปฏิบัติราชการทัพอีกหลายครั้ง รวมถึงการศึกเมืองทวาย

พระราชพิธีอุปราชาภิเษก

ใน พ.ศ. ๒๓๔๙ ทรงได้รับการสถาปนาเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ดำรงตำแหน่งพระมหาอุปราช

เสวยราชสมบัติ

เสด็จขึ้นครองราชสมบัติเมื่อวันที่ ๗ กันยายน พ.ศ. ๒๓๕๒ และเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๓๖๗ สิริพระชนมพรรษา ๕๗ พรรษา ทรงครองราชย์ประมาณ ๑๕ ปี

พระราชกรณียกิจและพระเกียรติคุณ

ทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมไทย อีกทั้งมีพระราชบัญญัติห้ามจำหน่ายและสูบฝิ่น ทรงมีพระปรีชาสามารถด้านวรรณคดี นาฏศิลป์ ดนตรี และงานช่าง รัชสมัยของพระองค์ได้รับการยกย่องว่าเป็นยุคทองของวรรณคดีไทย ด้วยบทพระราชนิพนธ์และผลงานของกวีร่วมสมัยที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน องค์การยูเนสโกได้ยกย่องพระองค์เป็นบุคคลสำคัญของโลก

อุทยาน ร.๒ และวันศิลปินแห่งชาติ

พ.ศ. ๒๕๑๑ มีการจัดตั้งมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจและส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย ต่อมาได้จัดสร้างอุทยาน ร.๒ ณ ตำบลอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม โดยมีพิธีเปิดป้ายอุทยานใน พ.ศ. ๒๕๒๒ และเปิดอาคารเรือนไทยให้ประชาชนเข้าศึกษาใน พ.ศ. ๒๕๒๘

วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ของทุกปี ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพ ได้รับการกำหนดให้เป็นวันศิลปินแห่งชาติ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และพระปรีชาสามารถด้านศิลปกรรมของพระองค์

แหล่งข้อมูล: มูลนิธิ ร.๒, ประวัติอุทยาน ร.๒, กรมศิลปากร, กรมประชาสัมพันธ์, กรมส่งเสริมวัฒนธรรม

ตราครุฑยุดนาค: ตราประจำโรงพยาบาล

รูปครุฑยุดนาค พระราชลัญจกรประจำรัชกาลที่ ๒ ซึ่งเป็นตราประจำโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า
พระราชลัญจกรรูปครุฑยุดนาค

รูปครุฑยุดนาคเป็นพระราชลัญจกรประจำรัชกาลที่ ๒ สัมพันธ์กับพระนามเดิมว่า “ฉิม” ซึ่งหมายถึงวิมานฉิมพลี อันเป็นที่อยู่ของพญาครุฑตามคติในวรรณคดีไทย ครุฑเป็นพาหนะของพระนารายณ์ จึงทรงใช้รูปครุฑยุดนาคเป็นพระราชสัญลักษณ์ประจำพระองค์

พระราชลัญจกรคือตราประจำพระมหากษัตริย์ ใช้ประทับกำกับพระปรมาภิไธยในเอกสารสำคัญ ทั้งที่เกี่ยวกับราชการแผ่นดินและเอกสารส่วนพระองค์ เป็นเครื่องหมายแสดงพระอิสริยยศและพระบรมเดชานุภาพ

พ.ศ. ๒๕๓๘ โรงพยาบาลได้รับพระบรมราชานุญาตให้ใช้พระราชลัญจกรรูปครุฑยุดนาค เป็นตราประจำโรงพยาบาล และได้อัญเชิญตราขึ้นประดิษฐานไว้ที่ส่วนยอดของอาคารอิศรสุนทร

แหล่งข้อมูล: กระทรวงสาธารณสุข, พิพิธภัณฑ์เหรียญกษาปณานุรักษ์